Health

  • คุณค่าทางสารอาหารของส้มมีอะไรบ้าง
    คุณค่าทางสารอาหารของส้มมีอะไรบ้าง

    ส้ม ประโยชน์ต่อสุขภาพจะมีอะไรบ้างนอกจากความอร่อย ลองมาเจาะลึกสรรพคุณของส้มต่อร่างกายเรากัน

    ผลไม้ที่มีให้กินทุกฤดูและราคาไม่แพงแถมยังอร่อย หลายคนก็นึกถึงส้มเป็นอันดับแรก ๆ และใช่ค่ะ ส้มเป็นผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ มีไฟเบอร์สูง มีวิตามินซี และสรรพคุณของส้มยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะจริง ๆ แล้ว ประโยชน์ของส้มเขาก็เยอะตั้งแต่เนื้อไปยันเปลือกเชียวล่ะ

    คุณค่าทางสารอาหารของส้มก็มีไม่น้อยดังข้อมูลข้างต้น คราวนี้เรามาดูกันค่ะว่าสรรพคุณของส้มจะเจ๋งเบอร์ไหน

    คุณค่าทางสารอาหารของส้มมีอะไรบ้าง

    1. ผลไม้แก้ท้องผูก

    ส้มเป็นหนึ่งในผลไม้แก้ท้องผูกได้ เพราะมีใยอาหารสูง ช่วยในระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย โดยกินส้ม 1 ผลใหญ่ก็จะได้ใยอาหาร 2.0 กรัมแล้วนะคะ9 ผลไม้ช่วยขับถ่าย หากินง่าย แก้ท้องผูกได้อยู่หมัด

    1. กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย

    ด้วยความที่ส้มพกวิตามินซีมาไม่น้อย จึงทำให้ส้มจัดเป็นผลไม้กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยป้องกันอาการป่วยเบสิก ๆ ไปจนถึงอาการป่วยที่หนักหนาได้ เพราะเมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี เราก็จะป่วยยาก เชื้อโรคและไวรัสต่าง ๆ ก็มีโอกาสจู่โจมเราได้น้อยนั่นเอง

    1. ปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด

    น้ำตาลฟรุกโตสในเนื้อส้มมีส่วนช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงหลังจากกินส้มเข้าไป อีกทั้งไฟเบอร์ในส้มยังช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกทาง จึงจัดว่าส้มเป็นผลไม้ช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดอีกชนิดหนึ่ง

    1. ช่วยลดความดันโลหิต

    ส้มเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม และยังมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างต่ำ จึงช่วยในกระบวนการไหลเวียนโลหิตได้ดี ทำให้ร่างกายควบคุมความดันโลหิตได้อย่างสมดุล และยังช่วยลดความดันเลือดในคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงด้วยนะคะ

    ผลไม้ลดความดันโลหิต กินเพิ่มความฟิต คุมความดันโลหิตไม่ให้พุ่ง

    1. ลดคอเลสเตอรอลในเลือด

    ในเนื้อส้มเองก็ไม่มีคอเลสเตอรอล ขณะที่วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีในเนื้อส้มก็ยังมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ โดยสารต้านอนุมูลอิสระจะเข้าไปปกป้องหลอดเลือดไม่ให้อนุมูลอิสระเข้ามาเกาะและก่อให้เกิดไขมันพอกพูนไปเรื่อย ๆ จนก่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหัวใจ เป็นต้น

    1. บำรุงหัวใจ

    โพแทสเซียมในส้มคือส่วนสำคัญที่ช่วยให้หัวใจทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ในส้มยังมีวิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ดีต่อการทำงานของหัวใจ ช่วยให้หัวใจเต้นในจังหวะปกติ และช่วยในการไหลเวียนของเลือดให้เป็นไปอย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

    1. ลดความเสี่ยงโรคนิ่วในไต

    มีการศึกษาพบว่า น้ำส้ม มีส่วนช่วยลดการเกิดนิ่วในไต โดยโพแทสเซียมในส้มจะช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วต่าง ๆ ในร่างกาย และช่วยให้นิ่วถูกขับถ่ายออกมาพร้อมของเสีย ลดความเสี่ยงโรคนิ่วในไตและนิ่วในอวัยวะอื่น ๆ ได้

    1. ยับยั้งการเกิดแผลเปื่อย

    การศึกษาในวารสาร American College of Nutrition พบว่า คนที่ร่างกายได้รับวิตามินซีสูงจะมีโอกาสเกิดแผลเปื่อยได้น้อยกว่าคนที่ร่างกายได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอต่อความต้องการ และส้มก็เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมากถึง 89% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวันเชียวนะคะ

    1. ลดความเสี่ยงโรคสโตรก

    ปวดหัว อาการสโตรก (Stroke) เกิดจากการที่หลอดเลือดตีบ แตก ตัน ซึ่งการศึกษาจากมูลนิธิโรคหัวใจแห่งอเมริกา พบว่า การรับประทานผลไม้ประเภทซิตรัสอย่างส้มและเกรปฟรุตมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคสโตรกในผู้หญิงได้ถึง 19% เมื่อเทียบกับอาสาสมัครที่กินผลไม้ในกลุ่มซิตรัสน้อยกว่า

    1. ป้องกันมะเร็ง

    ในเนื้อส้มมีสารต้านอนุมูลอิสระประเภทฟลาโวนอยด์ค่อนข้างสูง ซึ่งเจ้าสารตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ อีกทั้งเนื้อส้มที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ก็ยังจะช่วยขับเอาของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ออกมา จึงช่วยลดโอกาสเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกทาง

    นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า สารซิตรัสในส้มสามารถต้านการเกิดมะเร็งช่องปาก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วย

    ข้อมูลจาก  https://skm.ssru.ac.th/news/view/198209

    ติดตามอ่านต่อได้ที่    pordosolstyle.com

Economy

  • แกะงบ 7-Eleven ร้านสะดวกซื้อรายใหญ่
    แกะงบ 7-Eleven ร้านสะดวกซื้อรายใหญ่

    แกะงบ 7-Eleven ร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ คนเข้าร้านเพิ่มขึ้นแต่ยอดขายต่อบิลลดลง

    7-Eleven นับเป็นร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ชิดกับผู้คน ด้วยสาขาที่มากถึง 1.3 หมื่นสาขาทั่วประเทศ ทำให้ร้านสะดวกซื้อรายใหญ่มักจะสะท้อนกับกำลังซื้อรวมถึงทิศทางของเศรษฐกิจไทยได้ ทั้งนี้จากข้อมูลในปัจจุบันพบว่า 7-Eleven มีการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้ยอดผู้ใช้บริการต่อสาขาเพิ่มขึ้น ส่วนยอดขายต่อบิลปรับตัวลดลงเล็กน้อย

    โดยในรายงานงบการเงินไตรมาสที่ 3 ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานว่า ธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 90,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.6 % จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาสนี้มียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน เท่ากับ 76,612 บาท และยอดขายเฉลี่ยของร้าน สาขาเดิมเพิ่มขึ้น 22.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดซื้อต่อบิลโดยประมาณ 82 บาท ในขณะที่จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 928 คน

    ทั้งนี้ลูกค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุมาจากการยกเลิกมาตรการต่างๆ ที่ควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 รวมถึงมีมาตรการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการฟื้นตัวของธุรกิจร้านสะดวกซื้อประกอบกับรายได้จากการขายสินค้าส่วนเพิ่มผ่านกลยุทธ์ O2O อาทิ 7-Eleven Delivery, All Online และ 24Shopping ซึ่งยังคงสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในภาวะปัจจุบันได้เป็นอย่างดี โดยมีสัดส่วนสูงกว่า 10% ของรายได้จากการขายสินค้ารวม ในไตรมาส 3 ปี 2565 สัดส่วนของรายได้จากการขาย 74.1% มาจากสินค้ากลุ่มอาหาร และ 25.9% มาจากสินค้าอุปโภค

    แกะงบ 7-Eleven ร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ คนเข้าร้านเพิ่มขึ้นแต่ยอดขายต่อบิลลดลง

    ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้จากการขายสินค้ากลุ่มอาหารเพิ่มขึ้น จากการเติบโตของยอดขายในทุกกลุ่มสินค้า เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ไตรมาส 3 ปี 2565 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีกำไรขั้นต้นจำนวน 25,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.6% จากไตรมาสเดียวกัน ของปีก่อน

     

    โดยมีอัตราส่วนกำไรขั้นต้น 27.6% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ปี 2564 ที่อัตราส่วน 27.4% สาเหตุหลักมาจากการปรับกลยุทธ์ด้านสินค้าโดยยังคงเน้นเรื่องความต้องการและพฤติกรรมในการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้าเป็นหลัก รวมถึงให้ความสำคัญต่อการบริหารอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้า เพื่อให้สามารถดึงดูดลูกค้าและสามารถสร้างยอดขายและกำไรส่วนเพิ่มต่อธุรกิจภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว

    ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th

    สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : pordosolstyle.com